Home » สิ่งที่น่าสนใจ » โซลาร์เซลล์มาใช้ในครัวเรือน

โซลาร์เซลล์มาใช้ในครัวเรือน

การนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มาใช้ในครัวเรือน

            ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันด้วยค่าครองชีพที่สูง หลายครอบครัวจึงเลือกนำเอาวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายพื้นฐานในบ้านมาใช้ เช่น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเป็นหลอด LED หรือเลือกเปิดเฉพาะบางดวงที่จำเป็น แต่ก็มีหลายคนเริ่มมองหาพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ แต่ก็มักจะมีคำถามยอดฮิตที่ว่า  “โซลาร์เซลล์ทำอะไรได้บ้าง,  ลงทุนแล้วจะคุ้มทุนหรือไม่และเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นอย่างไร ?”

วันนี้จึงขอแนะนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ ซึ่งแต่ละประเทศมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาประสิทธิภาพให้สูงขึ้นในราคาที่ต่ำลงเช่น กรณีของประเทศเยอรมนี  มีการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์ จำนวน 30,000เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นโซลาร์รูฟท็อบ 80% (แบบติดตั้งบนหลังคาบ้าน) และโซลาร์ฟาร์ม 20 %  ในประเทศไทยผลิตได้ประมาณ 1,300-1,400 เมกะวัตต์ (หนังสือพิมพ์: ไทยโพสต์ 4 มกราคม 2015) มาถึงตรงนี้คงมีคำถามว่า “แล้วทำไมถึงต้องเป็นโซลาร์เซลล์ ?

โซลาร์เซลล์เป็นอุปกรณ์ทางด้านอิเลคทรอนิกส์ที่แปลงพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแสงอาทิตย์หาได้ง่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด รวมทั้งขั้นตอนการทำงานของโซล่าเซลล์นั้นไม่ก่อมลภาวะเป็นพิษใดๆ มีการบำรุงรักษาน้อยมาก และใช้งานได้อัตโนมัติ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรงซึ่งเป็นพลังงานที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุดแล้ว แต่เอ… แล้ว แบบนี้พลังงานไฟฟ้ามาใช้ในบ้านเรือนเราจะใช้อะไรได้บ้างจะคุ้มค่าที่ลงทุนไปหรือไม่ค่ะ

บ้านเรือนที่เราอาศัยจะติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาแบบที่เรียกว่าโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยตรง การเลือกขนาดติดตั้งก็ง่ายมากเลยค่ะ สามารถหาข้อมูลได้จากทางเว็บไซต์ต่างๆมีตารางการเลือกใช้ เช่น ใช้งานขนาด 120 w ใช้กับหลอดไฟฟ้า วิทยุเทป โทรศัพท์ เครื่องเล่น CD คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก  แต่ถ้าต้องการใช้กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ก็เพิ่มขนาดเป็น  240 w ซึ่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโซล่าเซลล์ปัจจุบันสืบค้นได้ง่ายและยังมีโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการคำนวณโหลดที่ต้องการ

เอ๊ะ! แล้วถ้าติดตั้งแล้วจะคุ้มหรือเปล่าระยะเวลาคุ้มทุนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ระยะเวลาการคืนทุนสำหรับการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปกับบ้านเรือน ถ้าติดตั้งแบบขายไฟฟ้าคืน ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 7-8 ปี  ส่วนการติดตั้งแบบใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ใช้เวลาคืนทุนนานกว่าซึ่งดูเหมือนยังจะไม่คุ้มค่าเท่าใดนัก แต่โซล่าเซลล์ก็ยังเป็นพลังงานทางเลือกที่แต่ละประเทศยังสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ของประเทศไทยเองมีการคาดการแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ 27,000 เมกะวัตต์  ในขณะที่ความสามารถผลิตไฟฟ้ามีเพียง 33,000 เมกะวัตต์ และรัฐบาลต้องการให้บ้านเรือน  ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองด้วยและมีรายได้จากการขายไฟเข้าระบบ ผ่านการสนับสนุนมาตรการภาษีและอัตรารับซื้อไฟที่เหมาะสมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้หันมาติดตั้งกันมากขึ้น

เมื่อดูจากแนวโน้มนี้แล้ว โซล่าเซลล์น่าจะมีราคาที่ถูกลงด้วยจากการให้การส่งเสริมจากรัฐบาลและมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการนำเทคโนโลยีโซล่าเซลล์มาใช้ในครัวเรือนจึงดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

, ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*
*